Category : ข่าวที่น่าสนใจ


  • ขี้เมาควรอ่าน!! “เมาแล้วขับ”ขับชนประกันไม่จ่าย แถมรับผิดชอบค่าสินไหมเอง !! มีผลแล้ว วันนี้!!!!

      ด้านดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุบนถนนในประเทศไทย มีสถิติผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน จำเป็นต้องใช้หลายมาตรการในการขับเคลื่อนและมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยจากสถิติข้อมูลพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พบอันดับต้นๆ คือ การเมาแล้วขับ เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง ที่ผ่านมาสำนักงาน คปภ.ทำงานร่วมมือกับหลายฝ่ายและหน่วยงานต่างๆอาทิเช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิเมาไม่ขับ คณะกรรมการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางและมาตรการต่างๆ เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า ลำพังมาตรการเดิมๆ ที่เคยใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลวันหยุดเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจังและหนึ่งในกลไกสำคัญคือการใช้มาตรการทางด้านประกันภัยอย่างเต็มศักยภาพเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ ประกอบกับการศึกษาข้อมูลต่างๆทั้งข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆเกี่ยวกับข้อดี ข้อเสีย อย่างรอบคอบแล้วสำนักงาน คปภ. เห็นว่า การปรับแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรมประกันภัยรถยนต์เรื่องลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกกำหนด จะเป็นผลดีต่อประชาชนมากกว่า โดยจะเป็นมาตรการที่ช่วยส่งเสริมการณรงค์เมาไม่ขับและช่วยสนับสนุนความปลอดภัยทางถนนตามแผนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน อันจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 ตนในฐานะนายทะเบียนอาศัยอำนาจตามความในมาตรา29 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 โดยออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 11/2560 เรื่องให้แก้ไขแบบ ข้อความกรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน และเสริมสร้างวินัยจราจรแก่ประชาชน โดยเป็นการปรับแก้ข้อยกเว้นตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 22/2551 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2551 ข้อ 2 และ ข้อ3 (เดิม) “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์” สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และเอกสารแนบท้ายของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่บริษัทได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน  แก้ไขข้อความเป็น “การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดให้ถือว่า “เมาสุรา” ซึ่งคำสั่งนี้ให้มีผลใช้บังคับสำหรับการทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป  ทั้งนี้เพื่อให้สำนักงาน คปภ. และบริษัทประกันภัยได้มีระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และให้บริษัทประกันภัยได้มีเวลาเตรียมความพร้อมในการปรับแก้เอกสารเกี่ยวข้องกับการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยตลอดจนความพร้อมด้านข้อมูลที่จะต้องแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับเงื่อนไขที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สำหรับสาระสำคัญของคำสั่งนายทะเบียนนี้คือ กรณีที่ผู้ขับขี่รถเอาประกันภัยภาคสมัครใจมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ประสบอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากกรมธรรม์ แต่ในส่วนของผู้ประสบภัยหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหายจากรถคันที่เอาประกันภัยดังกล่าวยังคงได้รับความคุ้มครองโดยบริษัทประกันภัยของรถคันที่เอาประกันภัยฝ่ายผิดจะต้องให้ความคุ้มครองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยบริษัทประกันภัยจะไปไล่เบี้ยเรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทจ่ายไปจากผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อไป       ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนปริมาณแอลกอฮอล์ดังกล่าว ไม่กระทบต่อความคุ้มครองของการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.)“มาตรการต่างๆด้านประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการลดเบี้ยประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัยที่ติดกล้อง CCTVภายในรถยนต์ และในเรื่องการปรับลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายจราจรทางบก ทั้งสองมาตรการที่ออกมาในช่วงนี้ก็เพื่อเป็นกลไกที่ช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน โดยจะทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวังและมีความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลให้สามารถลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนน อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน” ดร.สุทธิพล กล่าว   วิลาสินี แววคุ้ม : สำนักข่าวทีนิวส์

  • (คลิป) ไฟไหม้อาคาร “นสพ.บ้านเมือง” ถ.วิภาวดีรังสิต จนท.เร่งหาสาเหตุ!

    (19 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.15 น. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้กับทางต่างระดับรัชวิภา กลุ่มควันไฟดำจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากตัวอาคาร ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นอาคารโรงพิมพ์ “หนังสือพิมพ์บ้านเมือง” ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางระดับ โค้งไปสู่แยกรัชโยธิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่และท้องที่ใกล้เคียงได้ระดมกำลังเข้าระงับเหตุแล้ว ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 38 ยังอยู่ระหว่างการเข้าควบคุมเพลิง...




  • จับแล้ว!! พ่อเลี้ยงกับแม่แท้ๆ ฆ่า “น้องรุ้ง” ทิ้งศพถ่วงน้ำคลองสำโรง

    ตำรวจล็อกตัว! พ่อเลี้ยงเค้นสอบคดีฆ่าถ่วงน้ำคลองสำโรง พบพิรุธรีบย้ายบ้านหนีไปพร้อมเมียในวันที่พบศพ ขณะเดียวกันมีสาวร้อยเอ็ดเข้าให้ข้อมูล สงสัยผู้ตายเป็นหลานสาวอายุ 12 ปี เผยจำผ้านวมที่ห่อศพได้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานผกก.สภ.บางเสาธงสั่งชุดคลี่คลายคดีเร่งรวบรวมเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดีสะเทือนขวัญฆ่าถ่วงน้ำเด็กหญิง และนำศพมาโยนทิ้งไว้ภายในคลองสำโรง โดยผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวนายตำรวจท่านหนึ่งให้ข้อมูลว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวนและกองปราบปราบ...



  • รู้มั้ย ทำไม หมูยอต้องห่อตอง ..หมูยอห่อใบตองเพื่อ.? เคยสงสัยกันมั้ย!

    หมูยอเป็นอาหารขึ้นชื่อของหลายจังหวัดทางภาคอีสาน ไม่ว่าจะอุบลราชธานี หนองคาย อุดรธานี นครพนม ฯลฯ ลักษณะอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อนึกถึงหมูยอนั่นคือ หมูยอห่อใบตอง ยิ่งเห็นวางขายในลักษณะนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าจะต้องอร่อยเป็นพิเศษ แต่คุณสงสัยหรือไม่ว่า “ทำไมหมูยอต้องห่อใบตอง?” แถมบางเจ้าพอซื้อมาแกะใบตองออกกลับพบว่าใบตองหนา แต่เนื้อหมูยอน้อย เป็นที่ถูกพูดถึงหลายครั้งหลายครา ….จะช่วยคลายความสงสัยให้ว่า หมูยอห่อใบตองนั้นดียังไง แล้วห่อใบตองทำไมกัน หมูยอ...



  • ห๊ะ! ขยี้ตาแพร๊บ.. นี่คือภูเขาเปลือกทุเรียน อึ้ง! คนเชียงใหม่ กินทุเรียนวันละกว่า 4 ตัน !!!

    โซเชียลแชร์ภาพภูเขาเปลือกทุเรียน ซึ่งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวนิยมซื้อหามารับประทานวันละกว่า 4 ตัน ด้านเทศบาลนครเชียงใหม่บอกไม่หวั่นนำไปทำปุ๋ยหมักแจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพภูเขาเปลือกทุเรียน ซึ่งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว นิยมซื้อทุเรียนจากตลาดสดและตลาดผลไม้ ไปรับประทานเฉลี่ยเกือบวันละกว่า 4 ตัน ถูกโพสต์ลงบนเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “เขาว่า เชียงใหม่” โดยในช่วงเดือน พฤษภาคม-สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงฤดูออกผลผลิตของทุเรียนทั้งจากทางภาคตะวันออกและจากทางภาคใต้...





  • คนจนมีเฮ!! รัฐบาลเตรียมเเจกเงินผ่านพร้อมเพย์ ทยอยจ่ายรายเดือน เริ่มแจกบัตรสวัสดิการ ก.ย.60

    ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ได้เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนตามโครงการพัฒนาระบบชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเพย์เมนท์ ว่า ในเดือนมิ.ย.นี้ ทางกระทรวงการคลังจะสรุปมาตรการสวัสดิการที่จะให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนหรือมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี โดยรัฐบาลจะให้เงินลักษณะคืนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ให้วงเงินถูกใช้ผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นการสนับสนุนอีเพย์เมนท์ โดยการให้เงินกับผู้ที่อยู่ใต้เส้นความยากจน เป็นตามหลักแนวคิด “การคืนภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อย”...



css.php