จับแล้ว!! พ่อเลี้ยงกับแม่แท้ๆ ฆ่า “น้องรุ้ง” ทิ้งศพถ่วงน้ำคลองสำโรง

ตำรวจล็อกตัว! พ่อเลี้ยงเค้นสอบคดีฆ่าถ่วงน้ำคลองสำโรง พบพิรุธรีบย้ายบ้านหนีไปพร้อมเมียในวันที่พบศพ ขณะเดียวกันมีสาวร้อยเอ็ดเข้าให้ข้อมูล สงสัยผู้ตายเป็นหลานสาวอายุ 12 ปี เผยจำผ้านวมที่ห่อศพได้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานผกก.สภ.บางเสาธงสั่งชุดคลี่คลายคดีเร่งรวบรวมเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคดีสะเทือนขวัญฆ่าถ่วงน้ำเด็กหญิง และนำศพมาโยนทิ้งไว้ภายในคลองสำโรง

โดยผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวนายตำรวจท่านหนึ่งให้ข้อมูลว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวนและกองปราบปราบ สามารถตามไปจับกุมตัว นาย วจะรัน ทัดสวรรค์ อายุ 34 ปี พ่อเลี้ยงและนางสาวสุภาพร นนทรา อายุ 31 ปี มารดาของ เด็กหญิง พรทิพย์ กุลนานันท์ หรือ น้องรุ้ง อายุ 10 ปี

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี ขณะที่นำบุตรสาวคนเล็กไปฝากบ้านญาติและเตรียมหลบหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวทั้งหมดมายัง สภ.บางเสาธง เพื่อเตรียมแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้

ซึ่งก่อนจับกุมตัวคนร้ายได้ วานนี้ (13 มิ.ย.) น้าของเด็กหญิงที่ต้องสงสัยได้เดินทางมาให้ปากคำกับตำรวจ โดยระบุว่า เจอหน้าหลานครั้งล่าสุด เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ คุณแม่ของหลาน รับหลานมาจาก จ.ร้อยเอ็ด โดยบอกว่า จะนำมาเที่ยวช่วงปิดภาคเรียน หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อ ส่วนยายของน้องก็อยากจะรับหลานไปเรียนต่อ แต่ไม่มีใครสามารถติดต่อแม่ของน้องได้ กระทั่งทราบจากข่าวจึงเดินทางมาดู มั่นใจว่าผู้เสียชีวิตคือหลานของตัวเองเนื่องจากเห็นผ้าห่อศพแล้วจำได้ว่าเป็นผ้าห่มของหลานอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.อรุณวชิระ ศรีสุกัญญา ผกก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และตำรวจชุดสืบสวนบก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ เจ้าสอบปากคำชาย อายุ 35 ปี พร้อมตรวจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้ตรวจสอบกับศพเด็กสาวที่พบถูกฆ่าทิ้งน้ำคลองสำโรง หลังเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากชาวบ้านว่าชายคนนี้ เป็นพ่อเลี้ยงของด.ญ. อายุ 10 ขวบ ที่แม่ไปรับตัวจากจ.ร้อยเอ็ด มาอยู่กับกับพ่อเลี้ยงที่ห้องเช่าริมน้ำห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 200 เมตร

โดยชาวบ้านที่ให้เบาแสกับเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่าเด็กที่เสียชีวิตอาจจะเป็นเด็กหญิงอายุ 10-11 ปี ที่ผู้เป็นแม่ไปรับตัวมาจากจ.ร้อยเอ็ด มาอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่ากับพ่อเลี้ยงช่วงหลังช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยมีชาวบ้านเคยเห็นเด็กใส่กางเกงขายาวสีขาว-แดง ที่เหมือนกับที่ศพเด็กถูกฆ่าทิ้งน้ำสวมใส่ รวมทั้งผ้าห่มนวมสีเขียวลายตารางก็เคยเห็นตากอยู่หน้าห้องเช่า

อีกทั้งกระสอบปุ๋ยที่คนร้ายใช้ก้อนหินซึ่งระบุว่ามาจาก จ.ร้อยอ็ด ก็เหมือนกับกระสอบปุ๋ยที่แม่ของเด็กนำกลับมาด้วยวันที่ไปรับลูกมาอยู่ด้วยกัน ช่วงที่เด็กพักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงก็มักเห็นเด็กถูกทำร้ายทุบตี จับล่ามขังไว้ในห้องเช่าและไม่ให้กินอาหาร เวลาที่แม่กับพ่อเลี้ยงไปทำงาน ที่สำคัญพ่อเลี้ยงกับแม่ของเด็กได้ย้ายออกจากห้องเช่าไปในวันที่ 11 มิ.ย.60 ซึ่งเป็นวันที่พบศพเด็กถูกฆ่าทิ้งน้ำโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหายไปไหน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำพ่อเลี้ยงต้องสงสัยคนนี้อย่างละเอียด

และล่าสุด ทางเพจ เฟซบุ้ค อีจัน ได้โพสตถึงประเด็นนี้ว่า

“ในเบื้องต้นนายวจะริน ให้การซัดทอดว่าภรรยา คือ น.ส.สุภาพร ทำร้ายร่างกายลูกสาวอายุ 10 ปี หลายครั้งด้วยวิธีใช้ไม้ไผ่ตีรวมถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายโดยใช้มือตบและขาเตะบางครั้ง ใช้ไม้ฟาดที่ศีรษะหลายครั้งโดยตีและทำร้ายครั้งสุดท้ายเมื่อวันพุธที่ 7 มิ.ย.

ซึ่งในวันต่อมาลูกสาวบ่นปวดศีรษะแต่ก็ไม่ได้พาไปพบแพทย์ จนกระทั่งวันศุกร์ที่ 9 มิ.ย. ตนเองได้กลับมาที่ห้องเช่าก็พบว่าลูกสาวเสียชีวิตจึงโทรศัพท์มือถือบอกภรรยา ซึ่งหลังจากภรรยามาถึงที่ห้องเช่าก็นั่งดูโดยเอาผ้าคลุมศพและออกไปซื้อข้าวให้ลูกสาวคนเล็กจน

กระทั่งเวลา 01.00 ของวันเสาร์ที่ 10 มิ.ย. ภรรยาตัดสินใจนำศพไปถ่วงน้ำโดยช่วยกันใช้ผ้านวมห่อศพ ก่อนช่วยกับแบกศพไปทิ้งลงในคลองบริเวณท่าเรือเก่า แล้วนำถุงกระสอบข้าวมาใส่ปูนถ่วงให้จมน้ำ”

ส่วนแม่สารภาพตีลูกสาวจนเจ็บหนัก  ต่อมาพบลูกเสียชีวิตคาบ้านเช่า จึงคิดอำพรางศพด้วยการถ่วงน้ำและย้ายบ้านหนี ส่วนพ่อเลี้ยงยังไม่ให้การใดๆมากนัก

ขอบคุณภาพและข่าวจาก เฟสบุ๊ค อีจัน

Share