ชม “พระตำหนักดอยตุง” บ้านหลังแรกในสมเด็จย่าของชาวไทย

ชม “พระตำหนักดอยตุง” บ้านหลังแรกในสมเด็จย่าของชาวไทย

พระตำหนักดอยตุง

 ชม พระตำหนักดอยตุง บ้านหลังแรกของสมเด็จย่า สถานที่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีพระเมตตาแก่คนบนดอย ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะสวยงามและมีความสำคัญขนาดไหนก็ตามไปดูกันเลยค่ะ

หนึ่งในที่ประทับแปรพระราชทานที่งดงามและรายล้อมไปด้วยธรรมชาตินั้น คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก “พระตำหนักดอยตุง” ที่ประทับแปรพระราชฐานใน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่าของชาวไทย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามและบรรยากาศสดชื่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความสำคัญยิ่งแก่ชาวไทยโดยเฉพาะคนบนดอย เพราะสมเด็จย่าทรงใช้สถานที่เป็นที่ทรงงานเพื่อพัฒนาชีวิตคนบนดอยและธรรมชาติให้ดีขึ้นโดยยึดหลักการพัฒนาแบบยั่งยืน

ประวัติที่มา

พระตำหนักดอยตุง

หลายคนที่ยังไม่เคยมีโอกาสไปเยี่ยมชม “พระตำหนักดอยตุง” ที่จังหวัดเชียงราย ก็อาจจะจินตนาการไปว่าพระตำหนักแห่งนี้จะต้องหรูหรา อลังการ เข้ากับบรรยากาศของที่นั่นใช่ไหมล่ะคะ แต่จริง ๆ แล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเลย เพราะความงดงามที่แท้จริงของพระตำหนักแห่งนี้เกิดขึ้นจากความเรียบง่ายตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งก่อนหน้านี้พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งว่า จะไม่เสด็จฯ ไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ หลังจากพระชนมายุ 90 พรรษา อีก

เมื่อได้ฟังดังนั้น ทางสำนักราชเลขานุการในพระองค์จึงเห็นว่าดอยตุงมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก็ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมากหลังจากที่พระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตรพื้นที่ ใน พ.ศ. 2530 และมีพระราชดำริที่จะสร้างพระตำหนักบนดอยแห่งนี้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และทรงเรียกพระตำหนักแห่งนี้ไว้อย่างเรียบง่ายว่า “บ้านที่ดอยตุง”

แม้พระตำหนักดอยตุงจะใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐาน แต่พระองค์ก็ไม่ทรงหยุดนิ่ง กลับมีพระราชกระแสรับสั่งในการดำเนินการปลูกป่าทดแทนบนดอยสูง จนกลายเป็นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ที่มีโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้เน้นการปลูกป่าเพียงอย่างเดียว เพราะด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกลและทรงมีพระเมตตาต่อประชาชนบนดอย เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาชีวิตคนบนดอยที่ห่างไกลความเจริญให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

สถาปัตยกรรม

พระตำหนักดอยตุง

ลักษณะสถาปัตยกรรมของพระตำหนักดอยตุงมีความโดดเด่นและเข้ากับศิลปะพื้นเมืองได้เป็นอย่างดี ถูกออกแบบด้วยศิลปะล้านนาผสมผสานกับสไตล์สวิสชาเลต์ (Swiss Chalet) หรือบ้านไม้หลังคาทรงจั่ว มีชายคายื่นโชว์จันทันไม้ตกแต่ง โครงสร้างพระตำหนักเป็นคอนกรีต บุด้วยปีกไม้สักขนาดเล็กที่ได้จากการทอนไม้ในองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตกแต่งด้วยกาแลแกะสลักประดับบนยอดหน้าจั่ว เชิงชาย และขอบหน้าต่าง โดยฝีมือของช่างพื้นบ้านชาวเหนือ

พระตำหนักดอยตุง

ส่วนการตกแต่งภายเน้นไปที่ประโยชน์ใช้สอย เรียบง่าย และงดงาม ผนังถูกบุด้วยไม้สนที่ได้จากลังไม้และที่ใส่อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งภายในพระตำหนักแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังต่อไปนี้

– ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี

– ส่วนที่ประทับของสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

– ส่วนที่พักของท่านผู้หญิงทิศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระพี่นางเธอ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

– ส่วนท้องพระโรง รวมถึงห้องที่ใช้ประกอบพระกระยาหาร

สำหรับบริเวณทั้งหมดของพระตำหนักนั้นถูกแบ่งออกเป็นสถานที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

– หอพระราชประวัติ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2546 ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของพระตำหนัก ภายในแบ่งเป็นห้องที่มีการตั้งชื่อห้องตามเรื่องราวที่เกี่ยวกับเด็จย่า มีทั้งหมด 8 ห้อง ได้แก่ แผ่นดินไทยฟ้ามืด, ฉันจะเดินทางด้วยเรือลำนี้, ภูมิธรรม, หนึ่งศตวรรษ, เวลาเป็นของมีค่า, พระมารดาแห่งการแพทย์ชนบทและสาธารณสุขไทย, พระผู้อภิบาล และดอยตุงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

– สวนแม่ฟ้าหลวง สวนนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 มีพื้นที่ทั้งหมด 25 ไร่ แบ่งออกเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวที่ออกดอกไม่ซ้ำฤดูกาล และยังประติมากรรมชื่อ “ความต่อเนื่อง” ที่เป็นรูปเด็กยืนต่อตัวตั้งไว้กลางสวน อีกทั้งยังมีสวนหิน สวนน้ำ และสวนปาล์ม

– อาคารพระตำหนักดอยตุง ที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า

– พระธาตุดอยตุง เจดีย์สีทองขนาดเล็ก 2 องค์ ประดิษฐานอยู่บนยอดดอยตุง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย

โครงการในพระราชดำริ

พระตำหนักดอยตุง

“ฉันจะปลูกป่าที่ดอยตุง” พระราชดำรัสของสมเด็จย่า คือจุดเริ่มต้นของการคืนความสมบูรณ์ จากป่าเขาที่เสื่อมโทรมหมดสภาพ ปัจจุบันได้กลายเป็นป่าต้นน้ำและป่าเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนบนดอยตุงอย่างต่อเนื่อง (ที่มา : เฟซบุ๊ก DoiTung Club)

สิ่งนี้คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า “ทำคนไทยถึงรักราชวงศ์จักรี” แม้กระทั่งสมเด็จย่า ยังทรงใช้ที่ประทับแปรพระราชฐานแห่งนี้เป็นที่ทรงงานเพื่อการพัฒนาชีวิตคนบนดอยเป็นหลัก พระองค์มิได้ทรงเห็นแก่พระองค์เองเลยแม้แต่น้อย ทรงมีพระราชดำริในการจัดตั้ง “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี”  ขึ้นมา ซึ่งมีโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นหลักในการแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของคนบนดอยให้ดีขึ้น รวมไปถึงปัญหาการรุกรานธรรมชาติตลอดจนปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานและดูแลการดำเนินงานต่าง ๆ ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี โดยแบ่งออกเป็น 3 หลัก ดังนี้

1. พัฒนาคน 

สมเด็จย่าทรงแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าและปัญหายาเสพติด ด้วยการส่งเสริมการศึกษาให้คนมีปัญญาและเข้มแข็งขึ้น จากนั้นก็ช่วยให้เขามีงานทำด้วยอาชีพสุจริต สามารถยืนได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคง

พระตำหนักดอยตุง


2. พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 

ในส่วนนี้คือการต่อยอดจากการพัฒนาคนด้วยการส่งเสริมธุรกิจอาหาร การท่องเที่ยว การเกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเสริมทักษะต่าง ๆ ให้กับชาวบ้าน เช่น การออกแบบสวนดอกไม้ การคั่วกาแฟ และอีกมากมาย

3. พัฒนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ 

สมเด็จย่าทรงมีพระราชดำริให้ปลูกป่าต้นน้ำเพื่อทดแทนพื้นที่ป่าเดิม และปลูกป่าเศรษฐกิจเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพเลี้ยงตัว ด้วยการเลือกปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าและแมคคาเดเมีย ที่มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของที่นั่นเป็นอย่างดี

การเข้าชม

พระตำหนักดอยตุง

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมพระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง และหอพระราชประวัติ สามารถซื้อได้ที่ซุ้มจำหน่ายตั้งแต่เวลา 06.30-18.00 น. แต่ถ้าหากมาหลัง 17.00 น. จะเข้าชมได้เฉพาะพระตำหนักและสวนแม่ฟ้าหลวง ราคาบัตร 160 บาท  พระตำหนักตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 บ้านมูเซอลาบา ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก WikipediaChiangraiairportthaiDoitungChiangraifocusTcdcprodeccenter
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก DoiTung Club

Share